กินอาหารอย่างไรไม่ให้อ้วน
การให้ความสำคัญกับเรื่องการเลือกกินอาหารเป็นเรื่องที่ดีเพื่อให้มีร่างกายที่ แข็งแรง สัดส่วนที่เหมาะสม แต่บางครั้งเราหันไปให้ความสนใจ กับมื้ออาหารนอกบ้าน ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเราสามารถเริ่มต้นง่ายๆ ได้ที่บ้านของเราเอง สิ่งสำคัญของการรักษารูปร่างไม่ได้หมายถึงการอดอาหาร แต่หมายถึง การรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการในสัดส่วนที่เหมาะสมให้ครบทุกมื้อ และนี่คือ 7 วิธีง่ายๆ ที่มาแนะนำ เกี่ยววิธีการกินอาหารอย่างไรไม่ให้อ้วน โดยเริ่มจากที่บ้านของคุณเอง
1. กินผลไม้ให้มากขึ้น พยายามรับประทานผลไม้วันละ -3-4 ผลกลางเช่น กล้วย ส้ม หรือจะเป็นฝรั่งครึ่งลูก มะละกอ 6 ชิ้น โดยอาจจะใช้ตบท้ายหลังมื้ออาหาร หรือจะใช้เป็นอาหารว่างช่วงสายและช่วงบ่าย การกินผลไม้แบบผลได้ประโยชน์กว่าการดื่มในรูปแบบน้ำผลไม้ เพราะคุณจะได้สารอาหารที่หลากหลายทั้งวิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร เมื่อเทียบกับน้ำผลไม้สำเร็จรูปที่มักจะเสริมความหวานด้วยน้ำตาลมากเป็นหลัก ใยอาหารน้อย และวิตามินตามธรรมชาติต่างๆ ที่อาจสูญเสียไปในขั้นตอนการผลิตที่ใช้ต้องความร้อน
2. กินผักมากขึ้น ผักและผลไม้ให้วิตามิน เกลือแร่ สารต้านอนุมูลอิสระ และใยอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้นควรบริโภคผักในปริมาณวันละ 4-5ทัพพีโดยเลือกผักตามฤดูกาลที่หารับประทานได้ง่ายและ ลดโอกาสการปนเปื้อนจากปุ๋ยหรือสารเคมี ลองซื้อผักเหล่านี้ติดตู้เย็นของคุณไว้ตลอด เช่น มะเขือเทศ แครอท กะหล่ำปลีและผักใบเขียวอื่น ๆ ซึ่งสามารถกินได้ทั้งสดๆ แบบบสลัด หรือจะทำเป็นเมนูผัดกับซอสหอยนางรมก็อร่อยได้ไม่ยาก
3. เลือกรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของธัญพืชเต็มเมล็ด และถั่วเปลือกแข็งเพิ่มมากขึ้น อุดมไปด้วยวิตามินแร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ และใยอาหาร ลองเพิ่มสัดส่วนของธัญพืชเต็มเมล็ดแทนธัญพืชขัดขาวที่เคยกินอยู่ เช่น หุงข้าวผสมข้าวกล้องกับข้าวขัดขาว กินขนมปังโฮลวีทสีน้ำตาลแทนขนมปังขาว เพิ่มสัดส่วนของซีเรียลแบบโฮลเกรนในมื้อเช้า เป็นต้น นอกจากนี้ หาถั่วเปลือกแข็งเช่น อัลมอลต์ ใส่ขวดโหลสวยๆ วางไว้ในห้องนั่งเล่น ก็จะทำให้ทุกคนในบ้านมีขนมกินเล่นที่มีประโยชน์แทนขนมกรุบกรอบที่มักมี โซเดียม (เกลือ) และไขมันสูง
กินอย่างไรให้ผิวขาวสวย สดใส
สาวๆผิวคล้ำคนไหนอยากมีผิวขาวบ้าง วันนี้เรามีวิธีแบบผิวขาวสวย สดใสแบบธรรมชาติมาฝากกัน
น้ำมะพร้าว ลูกกลมๆมีน้ำข้างในอย่างลูกมะพร้าว น้ำของมันมีประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากในน้ำมะพร้าวจะมีสารเอสโตรเจนที่ช่วยสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ซึงทำให้ผิวพรรณของคุณเนียนใส ดูมีน้ำมีนวลมากยิ่งขึ้น
ชาเขียว เป็นน้ำที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก เพราะชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระมาก จึงมีส่วนช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายทำให้ผิวสวยสดใส ทั้งยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและป้องกันฟันผุได้อย่างดี
ธัญพีช ที่มีอยู่ทั่วไปลและหาง่าย เช่น ถั่วทุกชนิด ซึ่งนอก จากจะให้สารอาหารครบถ้วนทั้งวิตามิน โปรตีน และ เกลือแร่แล้ว เหล่าบรรดาข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี งา ต่างๆ ยังมีไฟเบอร์ที่ช่วยขับสารพิษสะสมในร่างกาย ช่วยให้ผิวขาวสว่างใสอีกด้วย
นมถั่วเหลือง ซึ่งนอกจากจะมีไอโซเฟลโวน ซึ่งเป็นสารอนุมูลอิสระแล้ว ยัง มีวิตามินแทบทุกชนิดที่ให้คุณประโยชน์ดี ๆ กับผิวพรรณและร่างกาย ไขมันน้อย สำหรับใครที่อยากขาวและอยากลดความอ้วนคงต้องพึ่งนมถั่วเหลืองจะช่วยได้มากๆ เลย
เทคนิคการออกกำลังกายสำหรับคนไม่มีเวลา
หลายคนบ่นว่าอ้วน พอมีคนบอกให้ออกกำลังกายก็มีข้ออ้างต่างๆนาๆแต่ที่ได้ยินบ่อยที่สุดคงไม่พ้นประโยคนี้”ไม่มีเวลา“วันนี้เรามีเทคนิคการออกกำลังกายสำหรับคนไม่มีเวลามาาฝากกันค่ะ
1. ตื่นนอน.. ขยับร่าง ยืดตัวสุด ๆ ให้คลายเส้น หายใจลึก ๆ ให้สดชื่น
2. แปรงฟัน.. กางขากว้าง ย่อแล้วยืด ย่อแล้วยืด
3. อาบน้ำ.. หมุนเอวไปมา ซ้ายแล้วขวา ขวาแล้วซ้าย
4. ถึงที่ทำงาน.. ก้าวเดินไว ๆ ขึ้นบันไดแทนลิฟต์
5. นั่งทำงาน.. ยืดตัวตรงแล้วแขม่วท้องไป เกร็ง-คลาย เกร็ง-คลาย
การเลือกเครื่องสำอางสำหรับสาวผิวสองสี
หากคุณมีผิวสองสีและกำลังมีปัญหากับการเลือกเฉดสีเครื่องสำอางที่ใช้ เรามีคำแนะนำดีๆในการเลือกเครื่องสำอางมาบอก
- รองพื้น ควรเลือกให้ใกล้เคียงกับสีผิวหน้ามากที่สุดโดยทดสอบก่อนที่บริเวณกราม ทั้งสองข้าง ถ้าเกลี่ยแล้วเนียนกลืนเข้ากับสีผิวแสดงว่าเลือกได้ถูกต้องอย่าปล่อยให้สีผิวดูซีดจนเกินไปหรือดูเข้มคล้ำกว่าสีผิวปกติ
- แป้งฝุ่น เลือกตามโทนของสีผิวหรือเลือกตามสีของรองพื้น ซึ่งแป้งฝุ่นมีทั้งโทนเหลือง ส้ม ชมพู แทน หรือจะเลือกชนิดโปร่งแสงที่มอบความบางเบาและให้โทนสีที่เป็น ธรรมชาติ
- อายแชโดว์ นอกจากเลือกตามสีของผิวแล้ว ควรเลือกให้เข้ากับบุคลิก สีเสื้อผ้าและโอกาสในการแต่งหน้านั้นๆ ขอแนะนำให้ใช้สีน้ำตาลเป็นหลัก ส่วนจะมีสีอื่นผสมลงไปโดยเน้นสีหนักไปด้านได้ควรดูตามโทนของสีผิว เช่น ผิวโทนร้อนใช้สีน้ำตาล ทองแดง ทอง เบจ งาช้าง ผิวโทนเย็นใช้สีปนเทา ม่วง หรือสีฟ้า
- บลัชออน สาวผิวสองสีควรเลือกบลัชออนสีออกส้ม น้ำตาล จะช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ
- มาสคาร่า ควรเลือกชนิดกันน้ำได้สำหรับผู้หญิงไทยควรเลือกมาสคาร่าสีดำและสีน้ำตาลเป็นหลักหากต้องการเพิ่มสีสันให้กับตัวเอง สาวผิวสองสีควรเลือกโทนสีน้ำตาล เขียว และสีฟ้า ส่วนสาวผิวคล้ำสามารถเลือกใช้สีดำ สีเนวีบลู ม่วง และน้ำเงินได้
- ลิปสติก สาวผิวสองสีหรือสีโทนร้อนควรใช้ลิปสติกสีออกน้ำตาลใช้วิธีการไล่ระดับสีได้โดยผสมสีอื่นลงไปได้ เช่น สีแดง ชมพู และส้ม สาวผิวคล้ำหรือสีโทนเย็น ควรใช้ลิปสติกสีออกชมพูโดยไล่ระดับสีได้ด้วยการผสมสีอื่นลงไป เช่น สีแดง ส้ม ม่วง
สร้างผิวสวยบอกลาตาเหี่ยวด้วยวิธีง่ายๆ
แม้ปัจจุบันนี้จะมีผลิตภัณฑ์อย่าง อายครีม มากมายหลายสูตรหลายแบรนด์ให้สาว ๆ ได้เลือกใช้ เพื่อถนอมและบำรุงดูแลผิวรอบดวงตาที่บอบบาง แต่นอกจากการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้แล้ว การดูแลผิวรอบ ๆ ดวงตาของเราด้วยวิธีจากธรรมชาติก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันนะคะ นอกจากจะมั่นใจได้ว่าไร้ซึ่งสารเคมีแล้ว ยังเป็นการดูแลออกมาจากภายในด้วย ลองมาดูกันดีกว่าว่าเราจะสามารถดูแลผิวรอบดวงตาด้วยวิถีธรรมชาติที่ง่ายแสน ง่ายได้อย่างไรบ้าง
มาส์กน้ำผึ้ง
เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวใต้ตา จะได้ห่างไกลจากปัญหาการเกิดริ้วรอย ลองใช้น้ำผึ้งมาส์กใต้ตาทิ้งไว้ 10-15 นาที ทำเช่นนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ภายใน 2-3 สัปดาห์ คุณจะพบว่าผิวใต้ดวงตาดูนุ่มนวลและเต่งตึงขึ้น แถมยังช่วยลดความคล้ำใต้ดวงตาได้ด้วยค่ะ
เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวใต้ตา จะได้ห่างไกลจากปัญหาการเกิดริ้วรอย ลองใช้น้ำผึ้งมาส์กใต้ตาทิ้งไว้ 10-15 นาที ทำเช่นนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ภายใน 2-3 สัปดาห์ คุณจะพบว่าผิวใต้ดวงตาดูนุ่มนวลและเต่งตึงขึ้น แถมยังช่วยลดความคล้ำใต้ดวงตาได้ด้วยค่ะ
มาส์กแตงกวาแช่เย็น
เพื่อความสะดวกและรวดเร็วที่คุณจะสามารถทำมันได้ทุก ๆ วัน หรือทุกเมื่อที่ต้องการ ฝานแตงกวาเป็นแว่นบาง ๆ ใส่กล่องเล็ก ๆ แช่ตู้เย็นไว้ หากรู้สึกว่าดวงตาเมื่อยล้าและบวมตุ่ยเมื่อไหร่ ก็แค่คว้ากล่องมาเปิดหยิบแตงกวาเย็น ๆ ที่ฝานเตรียมไว้มาวางบนดวงตา ทิ้งไว้ 15-20 นาที ความเย็นจะทำให้ความบวมของผิวใต้ตาลดลง เติมความชุ่มชื้น และรู้สึกสดชื่นขึ้นด้วย
เพื่อความสะดวกและรวดเร็วที่คุณจะสามารถทำมันได้ทุก ๆ วัน หรือทุกเมื่อที่ต้องการ ฝานแตงกวาเป็นแว่นบาง ๆ ใส่กล่องเล็ก ๆ แช่ตู้เย็นไว้ หากรู้สึกว่าดวงตาเมื่อยล้าและบวมตุ่ยเมื่อไหร่ ก็แค่คว้ากล่องมาเปิดหยิบแตงกวาเย็น ๆ ที่ฝานเตรียมไว้มาวางบนดวงตา ทิ้งไว้ 15-20 นาที ความเย็นจะทำให้ความบวมของผิวใต้ตาลดลง เติมความชุ่มชื้น และรู้สึกสดชื่นขึ้นด้วย
ดื่มน้ำเยอะ ๆ
การดื่มน้ำมีผลดีต่อร่างกายหลายประการ หนึ่งในนั้นมันก็มีผลดีต่อผิวรอบ ๆ ดวงตาของคุณอยู่ด้วย ผิวที่ชุ่มชื้นมีน้ำหล่อเลี้ยงดีจะมีความแข็งแรง ชะลอความเหี่ยวย่นของผิวที่บอบบาง ทำให้ผิวใต้ตาดูตึงและเปล่งปลั่งอย่างคนสุขภาพดี ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนต้องการ
การดื่มน้ำมีผลดีต่อร่างกายหลายประการ หนึ่งในนั้นมันก็มีผลดีต่อผิวรอบ ๆ ดวงตาของคุณอยู่ด้วย ผิวที่ชุ่มชื้นมีน้ำหล่อเลี้ยงดีจะมีความแข็งแรง ชะลอความเหี่ยวย่นของผิวที่บอบบาง ทำให้ผิวใต้ตาดูตึงและเปล่งปลั่งอย่างคนสุขภาพดี ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนต้องการ
ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก
ควบคุมคอเลสเตอรอล
เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่าน้ำมันมะกอกช่วยควบคุมคอเลสเตอรอลชนิดเลวให้อยู่ใน ระดับต่ำและส่งผลดีต่อหัวใจ สารประกอบในน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์ยังออกฤทธิ์คล้ายกลุ่มยาต้านการอักเสบ ที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน แต่ไม่ส่งผลข้างเคียงหรือกัดกระเพาะอาหาร จากการค้นคว้าวิจัยพบว่า น้ำมันมะกอกนั้นสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ในขณะเดียวกันจะไม่ทำให้คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ลดระดับลง
เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่าน้ำมันมะกอกช่วยควบคุมคอเลสเตอรอลชนิดเลวให้อยู่ใน ระดับต่ำและส่งผลดีต่อหัวใจ สารประกอบในน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์ยังออกฤทธิ์คล้ายกลุ่มยาต้านการอักเสบ ที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน แต่ไม่ส่งผลข้างเคียงหรือกัดกระเพาะอาหาร จากการค้นคว้าวิจัยพบว่า น้ำมันมะกอกนั้นสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ในขณะเดียวกันจะไม่ทำให้คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ลดระดับลง
ระบบย่อย
น้ำมันมะกอกช่วยให้ระบบการทำงานของส่วนต่างๆ ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหาร ตับอ่อน ลำไส้ และถุงน้ำดี ทั้งนี้ยังช่วยป้องกันการก่อตัวของนิ่วอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลบ่งชี้ว่าน้ำมันมะกอกช่วย บรรเทาอาการกระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะ และยังเป็นยาระบายอ่อนๆ
น้ำมันมะกอกช่วยให้ระบบการทำงานของส่วนต่างๆ ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหาร ตับอ่อน ลำไส้ และถุงน้ำดี ทั้งนี้ยังช่วยป้องกันการก่อตัวของนิ่วอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลบ่งชี้ว่าน้ำมันมะกอกช่วย บรรเทาอาการกระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะ และยังเป็นยาระบายอ่อนๆ
ผิวหนัง
น้ำมันมะกอกช่วยปกป้องหนังกำพร้า ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ซึ่งเกิดจากวิตามินอี และ สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันมะกอกนั่นเอง นอกจากนี้ยังใช้ได้ผลดีในการป้องกันโรคผิวหนังและลดริ้วรอยเหี่ยวย่น
น้ำมันมะกอกช่วยปกป้องหนังกำพร้า ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ซึ่งเกิดจากวิตามินอี และ สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันมะกอกนั่นเอง นอกจากนี้ยังใช้ได้ผลดีในการป้องกันโรคผิวหนังและลดริ้วรอยเหี่ยวย่น
ระบบต่อมไร้ท่อ
น้ำมันมะกอกช่วยให้ระบบการเผาผลาญอาหาร (metabolic function) ภายในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพน้ำมันมะกอกได้กลายเป็นทางเลือกที่ดี ที่สุดในการป้องกันและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานจากการ ศึกษาล่าสุดพบว่าระดับกลูโคสของผู้ที่มีสุขภาพดีจะลดลง12% เมื่อรับประทานน้ำมันมะกอก
น้ำมันมะกอกช่วยให้ระบบการเผาผลาญอาหาร (metabolic function) ภายในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพน้ำมันมะกอกได้กลายเป็นทางเลือกที่ดี ที่สุดในการป้องกันและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานจากการ ศึกษาล่าสุดพบว่าระดับกลูโคสของผู้ที่มีสุขภาพดีจะลดลง12% เมื่อรับประทานน้ำมันมะกอก
ระบบกระดูก
น้ำมันมะกอกช่วยในการเสริมสร้างกระดูก และช่วยให้ร่างกายของคนเรามีประสิทธิภาพในการดูดซึม แร่ธาตุและแคลเซียมได้ดี และสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน
น้ำมันมะกอกช่วยในการเสริมสร้างกระดูก และช่วยให้ร่างกายของคนเรามีประสิทธิภาพในการดูดซึม แร่ธาตุและแคลเซียมได้ดี และสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น